BOSNY อีป๊อกซี่ พัตตี้ AB B-236
อีพ็อกซี่พัตตี้ชนิด 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วน A และส่วน B สำหรับผสมเข้าด้วยกันก่อนใช้งาน เมื่อผสมแล้วจะได้เนื้อครีมข้น สามารถนำไปใช้สำหรับยึดประสาน อุดรอยรั่ว ซ่อมแซมรอยแตกร้าว และปะติดวัสดุหลายประเภท โดยไม่มีส่วนผสมของตัวทำละลายโซลเวนท์ จึงไม่หดตัวหลังจากแห้งแข็งตัว เมื่อวัสดุแข็งตัวแล้ว สามารถนำไป เจาะรู ทำเกลียว ตะไบ ขัดแต่ง หรือทาสีทับ ได้ เหมาะทั้งงานซ่อมแซมทั่วไป งานก่อสร้าง และงานช่างที่ต้องการรอยต่อที่มีความแข็งแรง
BOSNY อีป๊อกซี่ พัตตี้ AB B-236
คุณสมบัติเด่น
ประกอบด้วยระบบ อีพ็อกซี่เรซินและฟิลเลอร์ (ส่วน A) กับ ฮาร์ดเดนเนอร์ (ส่วน B) โดยไม่มีส่วนผสมของตัวทำละลายโซลเวนท์ จึงช่วยลดปัญหาการหดตัวหลังแข็งตัว
- เป็นกาวอีพ็อกซี่แบบ 2 ส่วน A+B
- ผสม A : B ในอัตราส่วน 1 : 1
- ไม่มีตัวทำละลายโซลเวนท์
- ไม่หดตัวเมื่อแห้งแข็ง
- ให้แรงยึดเกาะสูง
- ใช้สำหรับอุดรอยรั่วและประสานรอยแตกร้าว
- เนื้อหลังผสมมีความข้น ไม่ไหลย้อยง่าย
- แข็งตัวเร็วประมาณ 30 นาที
- ทนความร้อน / กันน้ำ
- ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน
- มีความเป็นฉนวนไฟฟ้า
- หลังแข็งตัวสามารถเจาะรูและทำเกลียวได้
- สามารถตะไบหรือขัดกระดาษทรายเพื่อปรับแต่งผิว
- สามารถทาสีทับหลังแห้งแข็งตัว
- รองรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและการรับน้ำหนัก
-------------------------------------
ชนิด : อีพ็อกซี่พัตตี้ 2 ส่วน (Epoxy Putty AB)
- ลักษณะเป็น ส่วน A + ส่วน B เมื่อนำมาผสมกันจะเกิดปฏิกิริยาและแข็งตัวเป็นเนื้อเดียวกัน โดยผลิตภัณฑ์มีสีขาว/ขาวครีม
--------------------
ขนาด : 0.5 กิโลกรัม / 1 กิโลกรัม / 3 กิโลกรัม / 10 กิโลกรัม
-------------------------------------
เหมาะสำหรับ
- งานอุดรูรั่ว
- งานซ่อมรอยแตกร้าว
- งานปะติดวัสดุ
- งานเชื่อมประสานวัสดุต่างชนิด
- งานติดตั้งแท่งหรือโครงสร้างเหล็ก
- งานซ่อมพื้นคอนกรีต
- งานปรับพื้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรง
- งานประกอบโครงสร้างสำเร็จรูป
- งานช่างซ่อมแซมทั่วไป
- งานโรงงาน เช่น งานหล่อโมลด์ งานหล่อโลหะ และงานเจียระไน
-------------------------------------
วิธีใช้งานโดยสรุป
- ทำความสะอาดพื้นผิวให้แห้งและปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรก
- นำ ส่วน A และส่วน B ผสมในปริมาณเท่ากัน 1:1
- คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- ควรผสมในปริมาณที่สามารถใช้งานให้หมดภายในประมาณ 5 นาที
- นำกาวที่ผสมแล้วไปอุดหรือประสานบริเวณที่ต้องการ
- ปล่อยให้แข็งตัวเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ โดยข้อมูลการใช้งานระบุให้ทิ้งไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
หมายเหตุ : ระยะเวลาแข็งตัวประมาณ 30 นาทีไม่ได้หมายความว่าจะรับแรงเต็มประสิทธิภาพทันทีนะคะ ดังนั้นงานที่ต้องรับน้ำหนักหรือใช้งานจริงควรรอให้วัสดุแข็งตัวตามระยะเวลาที่เหมาะสม





